รีวิว ลำโพง Marshall Stanmore II

     สำหรับ ลำโพง Bluetooth รุ่นใหม่สุดคลาสสิค อย่าง Marshall Stanmore II ต้องบอกเลยว่า ทำให้เงินในกระเป๋าสั่นทันที เพราะแค่ได้เห็นรูปลักษณ์ภายนอก และเมื่อได้ลองเทสต์กับหูแล้ว ก็ยิ่งทำให้ตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้นว่า ควรจับจองเป็นเจ้าของหรือไม่ ฉะนั้น ใครที่ยังลังเลอยู่ เราก็มี รีวิว ลำโพง Marshall Stanmore II มาฝากทุกคนแล้วค่ะ จะเป็นอย่างไร และน่าสนใจขนาดไหน ตามมาดูกัน

รีวิว ลำโพง Marshall Stanmore II

หนึ่ง รีวิว ลำโพง Marshall Stanmore II

1. เรียบ ๆ แต่หรูหรา

     ก่อนที่เราจะไปเทสต์เสียงกัน ขออนุญาตพาทุกคนไปดูรูปลักษณ์ภายนอกของ Marshall Stanmore II กันก่อนค่ะ ต้องบอกเลยว่า จริง ๆ แล้วรุ่นนี้มีทั้งหมด 2 สีก็คือ สีดำ และสีขาว เป็นลำโพงไร้สาย หรือที่เรียกว่า ลำโพง Bluetooth นั่นเอง มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หุ้มด้วยหนัง PVC คุณภาพเยี่ยมทั้งตัวลำโพง ไม่ว่าจะเป็นด้านบน ด้านข้าง และด้านล่าง บอกได้คำเดียวว่า เรียบ ๆ แต่หรูหราสุด ๆ

     ด้านหน้า ของลำโพง Marshall Stanmore II จะต้องมีตรา Marshall สีทอง ซึ่งจัดว่า เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ บวกกับข้อความที่อยู่ด้านล่างที่ถูกเขียนเอาไว้ว่า EST. 1962 บนวัสดุที่ทำจากอลูมิเนียมสีทองเช่นเดียวกัน ส่วนผ้าบุตัวท็อปที่ปิดด้วยตะแกรงก็ยังทำหน้าที่ภาพจำของแบรนด์นี้ได้อย่างยอดเยี่ยม

     สำหรับแผงควบคุมด้านบนยังคงเน้นมาเป็นสีทองขาว ด้วยฟอนต์สีดำที่เรียบง่าย แต่ดูคลาสสิค ซึ่งจะไล่จากซ้ายไปขวา มาพร้อมกับช่องเสียบสาย AUX ตัวเชื่อมต่อที่สามารถปรับได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth / AUX / RCA ลูกบิดปรับความดัง ลูกบิดปรับเสียงต่ำ (Bass) เสียงสูง (Treble) รวมถึงปุ่มเล่น และปุ่มหยุดเพลง และไฮไลท์ก็คือ คันโยกเปิด-ปิดลำโพงที่ออกแบบมาได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว สำหรับด้านหลังของลำโพงที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะขึงด้วยสีดำ คำอธิบายต่าง ๆ มีช่องเสียบ RCA และช่องสำหรับเสียบปลั๊กไฟ

     ถ้าถามว่า Marshall Stanmore II หนักไหม ตอบได้เลยว่า ก็ไม่หนักเท่าไหร่นะ แค่จะให้หิ้ว หรือพกพาไปไหนมาไหนด้วยทุกที่ก็คงไม่สะดวก เหมาะสำหรับวางประดับ ณ มุมใดมุมหนึ่งของห้องจะดีกว่าค่ะ หรืออาจจะวางประดับเป็นอีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ในห้องนั่งเล่นของคุณก็ได้ เพราะมันจัดว่า เป็นอีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่ดี และน่าสนใจเลยทีเดียว ส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อยู่ในกล่อง จะเป็นสายไฟ และคู่มือการใช้เบื้องต้นนั่นเอง

สอง

2. อย่าคิดไปเองว่า ใช้ยาก

     เชื่อว่า มีหลายคนมักจะคิดว่า Marshall Stanmore II เป็นลำโพง Bluetooth ที่อาจจะใช้งานยาก ฉะนั้น แนะนำให้โหลดแอพพลิเคชั่น Marshall Bluetooth มาไว้บนโทรศัพท์มือถือก่อนนะคะ เพราะแอพนี้สามารถโหลดได้ ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ซึ่งสาย RCA ไปจนถึงสายแจ็คที่มีขนาด 3.5 มม. ที่จะเสียบช่อง AUX ไม่มีขั้นตอนอะไรที่ยุ่งยาก แต่ทว่า ความน่าตื่นเต้นมันอยู่ภายในตัวแอพต่างหากล่ะ

     หลังจากที่ผู้อ่านได้ลงทะเบียน และทำการกรอกข้อมูลต่าง ๆ ภายในแอพเรียบร้อยแล้ว จะเห็นว่า ขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ยุ่งยาก และไม่ซับซ้อนเลยใช่ไหมคะ จากนั้นก็แค่เสียบปลั๊ก และโยกคันโยกด้านขวาสุดลงมา ให้ค้างไว้แปปหนึ่งเพื่อเปิดลำโพง จากนั้นไฟสีแดงตามปุ่มต่าง ๆ และลูกบิดก็จะติด ให้ย้ายมาที่ปุ่ม Source กด 1 ครั้ง เพื่อปรับเปลี่ยนการเชื่อมต่อว่า จะเชื่อมจากบลูทูธ ช่อง RCA หรือ AUX ได้ตามที่คุณต้องการ แล้วกดค้างไว้เพื่อเชื่อมต่อ เพียงแค่นี้คุณก็สามารถเริ่มใช้งาน Marshall Stanmore II ได้แล้วค่ะ ที่สำคัญสามารถปรับเสียงเบสเสียงสูงต่ำได้ตามต้องการ แน่นอนว่า ความโดดเด่นของมัน ก็คือ ลำโพง 3 ดอก ที่ประกอบไปด้วยซับวูฟเฟอร์ 1 ตัว และทวีตเตอร์อีก 2 ตัว

สาม รีวิว ลำโพง Marshall Stanmore II

3. บทสรุปสเปคของ Marshall Stanmore II

  • ใช้งานกับ บลูทูธ 5.0
  • ไซส์ไม่เล็กไม่ใหญ่ และไม่มีแบตเตอรี่แบบพกพา เสียบสายไฟอย่างเดียว
  • กำลังขับทั้งหมด 80 วัตต์
  • รองรับคลื่นความถี่ตั้งแต่ 50-20,000 Hz
  • 3 ช่องทางเชื่อมต่อทั้ง บลูทูธ AUX (สายแจ็คขนาด 3.5 มม.) และ RCA
  • 3 ดอกลำโพงทั้งซับวูฟเฟอร์จำนวน 1 ตัว และ ทวีตเตอร์อีก 2 ตัว
  • ระบบเสียง Stereo Sound
  • เป็นแอมป์กีตาร์ได้
  • เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือได้พร้อมกันถึง 2 เครื่อง

     ยิ่งถ้าใครที่ชื่นชอบการฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว ลำโพง Marshall Stanmore II จัดว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ค่ะ ราคาอยู่ที่ประมาณ 17,990 บาท ใครสนใจก็สั่งได้เลย รับรองว่า มันคุ้มค่าต่อเงินที่จ่ายไปแน่นอน

ขอแนะนำบทความ อัพเดท 4 ลำโพง JBL ที่ขายดีที่สุด ปี 2021 ใครที่กำลังมองหาลำโพงสำหรับใช้ในงานปาร์ตี้ ใช้เป็นลำโพงติดรถยนต์ ดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมส์ ต้องไม่พลาดที่จะอ่านบทความนี้เลยนะคะ เพราะ ลำโพง JBL เป็นลำโพงยอดนิยม และขายดีที่สุด อีกทั้ง ยังได้พัฒนารุ่นใหม่ ๆ ออกมา ให้ตอบโจทย์การใช้งาน และเหมาะแก่ไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

และเรายังมีบทความที่น่าสนใจ อย่าง 8 ที่เที่ยวฮ่องกง ไปเองได้ ไม่พึ่งทัวร์ ที่จะมาแนะนำ ที่เที่ยวฮ่องกง ยอดฮิต ที่ใครอยากไปเที่ยวฮ่องกง ต้องไม่พลาดนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *